วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552
RDBMS
RDBMS เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างปรับปรุงและบริหารฐานข้อมูล โดย RDBMS ใช้คำสั่งของภาษา SQL ที่ป้อนโดยผู้ใช้หรือเก็บโปรแกรมประยุกต์ และสร้างปรับปรุงหรือการเข้าถึงฐานข้อมูล โปรแกรมประเภท RDBMS ที่รู้จักดีได้แก่ Microsoft Access, Oracle 7 และ CA-Open Ingres ของ Computer Associate
ข้อมูล GIS and spatial databases
ข้อมูลที่จัดเก็บในระบบ GIS
-การบริหารการปกครอง - เขตการปกครองต่าง ๆ
-ลักษณะภูมิประเทศ - ความสูง ความลาดเอียง ปริมาณน้ำฝน สถานีตรวจวัดอากาศ
-แหล่งน้ำ - แม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ จุดเก็บน้ำ ตำแหน่ง/คุณภาพน้ำบาดาล
-ทรัพยากรแร่ธาตุและธรณีวิทยา - แหล่งแร่ ชนิดแร่ โครงสร้างทางธรณีวิทยา ของแหล่งน้ำใต้ดิน
-ทรัพยากรดิน - แผนที่ดิน ดินเค็ม ดินเปรี้ยว การจัดที่ดิน
-ทรัพยากรป่าไม้ - แผนที่ป่าไม้ต่าง ๆ
-การใช้ที่ดิน - การจำแนกการใช้ที่ดินประเภทต่าง ๆ ผังเมืองรวม ผังเมืองเฉพาะ แนวโน้มการใช้ที่ดินตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- การบริการทางสังคม - Infrastructure ต่าง ๆ
ความสามารถของ GIS
-เก็บรักษา ปรับแก้ เพิ่มเติม ข้อมูลได้ทั้งในด้าน Graphics และฐานข้อมูล
-วิเคราะห์ผลด้วยระบบฐานข้อมูล โดยกำหนดเงื่อนไขและแสดงผลได้ทั้งภาพ Graphics แผนที่และรายงาน
-สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการ แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการวางแผนการใช้ทรัพยากรเชิงพื้นที่ได้
สถานภาพของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน
-มีลักษณะเป็นระบบแยกเป็นอิสระตามหน่วยงานต่างๆ
-มีมาตรฐานที่หลากหลาย
-มีความซ้ำซ้อนทางด้านพื้นที่
-การสนธิข้อมูลเพื่อการใช้งานกระทำได้ยาก
-ข้อมูลไม่ทันสมัยกับสภาพความเป็นจริง
-มีค่าความถูกต้องที่คลาดเคลื่อน
-มีราคาแพง
-การบริหารการปกครอง - เขตการปกครองต่าง ๆ
-ลักษณะภูมิประเทศ - ความสูง ความลาดเอียง ปริมาณน้ำฝน สถานีตรวจวัดอากาศ
-แหล่งน้ำ - แม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ จุดเก็บน้ำ ตำแหน่ง/คุณภาพน้ำบาดาล
-ทรัพยากรแร่ธาตุและธรณีวิทยา - แหล่งแร่ ชนิดแร่ โครงสร้างทางธรณีวิทยา ของแหล่งน้ำใต้ดิน
-ทรัพยากรดิน - แผนที่ดิน ดินเค็ม ดินเปรี้ยว การจัดที่ดิน
-ทรัพยากรป่าไม้ - แผนที่ป่าไม้ต่าง ๆ
-การใช้ที่ดิน - การจำแนกการใช้ที่ดินประเภทต่าง ๆ ผังเมืองรวม ผังเมืองเฉพาะ แนวโน้มการใช้ที่ดินตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- การบริการทางสังคม - Infrastructure ต่าง ๆ
ความสามารถของ GIS
-เก็บรักษา ปรับแก้ เพิ่มเติม ข้อมูลได้ทั้งในด้าน Graphics และฐานข้อมูล
-วิเคราะห์ผลด้วยระบบฐานข้อมูล โดยกำหนดเงื่อนไขและแสดงผลได้ทั้งภาพ Graphics แผนที่และรายงาน
-สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการ แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการวางแผนการใช้ทรัพยากรเชิงพื้นที่ได้
สถานภาพของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน
-มีลักษณะเป็นระบบแยกเป็นอิสระตามหน่วยงานต่างๆ
-มีมาตรฐานที่หลากหลาย
-มีความซ้ำซ้อนทางด้านพื้นที่
-การสนธิข้อมูลเพื่อการใช้งานกระทำได้ยาก
-ข้อมูลไม่ทันสมัยกับสภาพความเป็นจริง
-มีค่าความถูกต้องที่คลาดเคลื่อน
-มีราคาแพง
Think spatially
1.Spatial Distribution = การกระจายในเชิงพื้นที่- การที่พื้นที่ใด ณ พื้นที่หนึ่งที่มีทรัพยากรแล้วมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเป็นบริเวณกว้างในรูปแบบการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในพื้นที่นั้น
2.Spatial Differentiation = ความแตกต่างในเชิงพื้นที่-ในพื้นที่แต่ละพื้นที่หนึ่งจะมีลักษณะเฉพาะทางกายภาพและชีวภาพไม่เหมือนกันและพื้นที่นั้นยังมีทรัพยากรที่มีความหลากหลายต่างกันตามลักษณะของพื้นที่
3.Spatial Diffusion = การแพร่กระจายในเชิงพื้นที่อย่างมีรู้จุดเริ่มต้น -พื้นที่หนึ่งที่มีการกระจายตัวทางทรัพยากรหรือการเผยแพร่วัฒนธรรมไปสู่บริเวณพื้นที่อื่น
4.Spatial Interaction = การปฎิสัมพันธ์ในเชิงพื้นที่-พื้นที่ที่มีการกระทำ โต้ตอบหรือทำกิจกรรมระหว่างกันในบริเวณพื้นที่เดียวกันหรือต่างพื้นที่กัน เช่น หอพักมีปฎิสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัย
5.Spatial Temporal = ช่วงเวลาและสถานที่ในเชิงพื้นที่จะต้องเกี่ยวข้องกันเสมอ
2.Spatial Differentiation = ความแตกต่างในเชิงพื้นที่-ในพื้นที่แต่ละพื้นที่หนึ่งจะมีลักษณะเฉพาะทางกายภาพและชีวภาพไม่เหมือนกันและพื้นที่นั้นยังมีทรัพยากรที่มีความหลากหลายต่างกันตามลักษณะของพื้นที่
3.Spatial Diffusion = การแพร่กระจายในเชิงพื้นที่อย่างมีรู้จุดเริ่มต้น -พื้นที่หนึ่งที่มีการกระจายตัวทางทรัพยากรหรือการเผยแพร่วัฒนธรรมไปสู่บริเวณพื้นที่อื่น
4.Spatial Interaction = การปฎิสัมพันธ์ในเชิงพื้นที่-พื้นที่ที่มีการกระทำ โต้ตอบหรือทำกิจกรรมระหว่างกันในบริเวณพื้นที่เดียวกันหรือต่างพื้นที่กัน เช่น หอพักมีปฎิสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัย
5.Spatial Temporal = ช่วงเวลาและสถานที่ในเชิงพื้นที่จะต้องเกี่ยวข้องกันเสมอ
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552
2.2.5 DBMA มีระบบควบคุมการใช้ข้อมูลร่วมกันในช่วงเวลาเดียวกัน (Concurrency Control)
DBMS มีระบบควบคุมการใช้ข้อมูลร่วมกันในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งมีอยู่หลายวิธี เช่น lock-based protocols เป็นต้น สำหรับขนาดของ data item ที่จะถูกล็อกมีตั้งแต่ DB space, page, table, row และ column สำหรับ item ที่ถูกล็อกถ้าเป็น item ยิ่งเล็กจะได้ throughput สูง แต่จัดการยาก และใช้ทรัพยากรมาก โดยปกติ DBMS ที่มีคุณภาพดีจะล็อก unit ที่เล็กก่อนอันได้แก่ column แล้วตรวจสอบว่า row มี conflict หรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะล็อก row แล้วทำต่อไปถึง table ถ้าใช้ระบบคนเดียวก็อาจจะไม่ต้องล็อกเลย
Concurrency Control Techniques
เมื่อเกิดภาวะพร้อมกันในระบบ DBMS จะมีเทคนิคในการจัดเรียงลำดับการทำงานของแต่ละ Transaction
แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ
การควบคุมภาวะพร้อมกันด้วยการล็อก (Locking)
การควบคุมภาวะพร้อมกันโดยไม่ใช้วิธีการล็อก (Without Locking)
http://www.google.co.th/search?q=concurrency+control&hl=th&lr=lang_th&ei=WHY6SoSKFajk6gObwvDxAw&sa=X&oi=lrtip&ct=restrict&cad=8
แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ
การควบคุมภาวะพร้อมกันด้วยการล็อก (Locking)
การควบคุมภาวะพร้อมกันโดยไม่ใช้วิธีการล็อก (Without Locking)
http://www.google.co.th/search?q=concurrency+control&hl=th&lr=lang_th&ei=WHY6SoSKFajk6gObwvDxAw&sa=X&oi=lrtip&ct=restrict&cad=8
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMs)
เป็น Software ที่ดูแลจัดการเกี่ยวกับฐานข้อมูล โดยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในด้านการสร้าง การปรับปรุงแก้ไข ซึ่งที่นิยมใช้อยู่กันในปัจจุบัน ได้แก่ ORACLE , SYSBASE , INFOMIX หรือ SQL เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




