เมื่อไหร่ต้องใช้ JavaScript ?
เราจะใช้ JavaScript เมื่อต้องการทำให้ เวบเพจแสดงผลแบบเคลื่อนไหวได้ มีชีวิตชีวา ไม่แข็งทื่อ หรือใช้ในการสั่งให้ บราวเซอร์ทำงานตามที่เราต้องการ โดยงานนั้น อาจเกินความสามารถ ของภาษา HTML แต่ไม่ใช่งานที่ต้องติดต่อกับ Server นั่นเพราะ JavaScript เป็นภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมทางฝั่ง cliend โดยมีบราวเซอร์เป็นตัวแปลภาษานั่นเอง ตัวอย่างของงาน ที่จะต้องใช้ภาษา JavaScript เช่น
สร้างเมนูที่สามารถตอบสนองต่อการเอา mouse ไปชี้ได้
สร้างเครื่องคิดเลข ปฏิทิน เกม ในเวบเพจ
เปิด,ปิด,เคลื่อนย้ายตำแหน่งของ window
ทำตัวอักษรวิ่งแบบต่างๆ
ตรวจสอบความถูกต้องของแบบฟอร์มที่ผู้ใช้กรอก ก่อนส่งข้อมูลไปยัง Server
และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่ต้องติดต่อกับ Server
ต้องรู้อะไรก่อนที่จะเรียน JavaScript ?
HTML ครับ อันนี้ตัวหลักเลย เพราะเราจะทำเวบ และ JavaScript จะต้องเขียนแทรกเข้าไปรวมกับ HTML ทำงานร่วมกับ HTML ไม่สามารถแสดงผลด้วย JavaScript เพียงอย่างเดียวได้
แล้วต้องรู้ลึกแค่ไหนล่ะ ?
ไม่ต้องถึงกับเก่งมากก็ได้ อย่างน้อยขอให้มีความรู้ระดับพื้นฐานก็พอ สามารถทำลิงก์ได้ ใส่ภาพได้ สร้างตารางได้ สร้างแบบฟอร์มได้ แค่นี้ก็เหลือรับประทานแล้ว ยิ่งถ้ามีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมอย่าง C,C++,Pascal ด้วยแล้ว จะทำให้เข้าใจ JavaScript ได้เร็วมากเลย สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อจะเขียน JavaScript เนื่องจาก JavaScript เป็นภาษาที่ทำงานฝั่ง cliend ใช้เบราเซอร์เป็นตัวแปลภาษา ดังนั้นเราก็สบายสิ ^-^ ไม่ต้องเตรียมโปรแกรมอะไรพิเศษเลย มีแค่เบราเซอร์ที่เข้าใจภาษา JavaScript ซึ่งเบราเซอร์ส่วนใหญ่ ก็ทำได้อยู่แล้ว แต่ผมขอแนะนำ Internet Explorer 5.0 ขึ้นไปครับ เพราะสามารถรองรับการทำงานของ JavaScript ได้ดีที่สุด และอีกอย่างก็คือ Editor อะไรก็ได้ แม้แต่ Notepad
http://realdev.truehits.net/javascript/charpter1.php
ยังมีอีกเยอะลองเข้าไปดูได้ค่ะ ตามเวบข้างบนนี้
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิชา Internet map... แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิชา Internet map... แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553
รู้จักกับ Java Script
ภาษา Java Script ไม่ใช่การนำภาษา JAVA มาเขียนให้ทำงานในลักษณะเดียวกับภาษาสคริปต์อย่างที่หลาย ๆ คนคิดกัน แต่ภาษา Java Script คือภาษาที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในการตกแต่งและเพิ่มลูกเล่นให้กับ เว็บเพจ โดยเฉพาะ ลักษณะของภาษา Java Script จะมีความคล้ายคลึงกับภาษา C และ C++ ดังนั้นจึงเป็นเรื่อง ที่ง่ายมากถ้าคุณ เป็นคนที่เคยเขียนภาษา C และ C++ มาก่อน แต่ถ้าคุณไม่เคยเขียนโปรแกรมเหล่านี้ก็ไม่เป็นไร เพราะเรามี Srcipt ภาษา Java Script มาให้คุณได้นำไปใช้ ฟรี ๆๆ โดยไม่ต้องเขียนเอง ใครที่สนใจอยากจะเพิ่มความสามารถให้ เว็บของคุณก็คลิกเข้าไปดูได้ครับ ใครใคร่ก๊อป ก๊อปเลยครับ
หมายเหตุ การใส่ลูกเล่นมาก ๆ อาจทำให้เว็บของคุณช้า
ตัวอักษรเปลี่ยนสีไปเรื่อย ๆ
เวลาที่ Status Bar
เอา Mouse ไปชี้ที่ภาพ แล้วภาพจะสั่น ๆ
ตัวอักษรวิ่งเหมือนคลื่น
ห้ามคลิ๊ก MOUSE ขวา
เวลาขยับ Mouse แล้วมีสายรุ้งวิ่งตามไปมา
เอา MOUSE ไปชี้ที่ LINK แล้ว LINK เปลี่ยนสีหลายสี
วันที่เปลี่ยนเองโดยอัตโนมัติ
ตัวอักษรมีสีวิ่งไปวิ่งมา
ดอกไม้ร่วงลงมาเหมือนสายฝน
ทำฝนตกที่เว็บ ของคุณ
ตัวอักษรวิ่งที่ Status Bar
ทำพลุกระจายบนหน้าเว็บของคุณ
ห้าม SAVE รูปภาพ
ทำหน้าจอสั่น ๆ แกล้งผู้เข้าชม
ทำปฎิทินแสดงวันที่
การทำลิงค์แบบประหยัดพื้นที่
นับลิงก์ที่มีในเว็บ
ปุ่ม Print คลิกแล้วพิมพ์หน้าเวบออกมา
การทำ Effect ตอนเปลี่ยนหน้า
http://www.bcoms.net/java/index.asp
ลองเข้าไปดูคะน่าสนใจเหมือนกันนะ
หมายเหตุ การใส่ลูกเล่นมาก ๆ อาจทำให้เว็บของคุณช้า
ตัวอักษรเปลี่ยนสีไปเรื่อย ๆ
เวลาที่ Status Bar
เอา Mouse ไปชี้ที่ภาพ แล้วภาพจะสั่น ๆ
ตัวอักษรวิ่งเหมือนคลื่น
ห้ามคลิ๊ก MOUSE ขวา
เวลาขยับ Mouse แล้วมีสายรุ้งวิ่งตามไปมา
เอา MOUSE ไปชี้ที่ LINK แล้ว LINK เปลี่ยนสีหลายสี
วันที่เปลี่ยนเองโดยอัตโนมัติ
ตัวอักษรมีสีวิ่งไปวิ่งมา
ดอกไม้ร่วงลงมาเหมือนสายฝน
ทำฝนตกที่เว็บ ของคุณ
ตัวอักษรวิ่งที่ Status Bar
ทำพลุกระจายบนหน้าเว็บของคุณ
ห้าม SAVE รูปภาพ
ทำหน้าจอสั่น ๆ แกล้งผู้เข้าชม
ทำปฎิทินแสดงวันที่
การทำลิงค์แบบประหยัดพื้นที่
นับลิงก์ที่มีในเว็บ
ปุ่ม Print คลิกแล้วพิมพ์หน้าเวบออกมา
การทำ Effect ตอนเปลี่ยนหน้า
http://www.bcoms.net/java/index.asp
ลองเข้าไปดูคะน่าสนใจเหมือนกันนะ
วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553
JAVA SCRIPT
ภาษาจาวาสคริปต์ คือ ภาษาโปรแกรมคล้ายภาษาซี ถูกใช้ร่วมกับภาษาเอชทีเอ็มแอลในการพัฒนาเว็บเพจ ประมวลผลในเครื่องของผู้ใช้ ช่วยให้การนำเสนอเป็นแบบโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ในระดับหนึ่ง
ภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript Language) คือ ภาษาโปรแกรมที่มีโครงสร้างคล้ายภาษาซี ทำหน้าที่แปลความหมาย และดำเนินการทีละคำสั่ง ภาษานี้มีชื่อเดิมว่า LiveScript ถูกพัฒนาโดย Netscape Navigator เพื่อช่วยให้เว็บเพจสามารถแสดงเนื้อหา ที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามเงื่อนไข หรือสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน หรือโต้ตอบกับผู้ใช้ได้มากขึ้น เพราะภาษา HTML ที่เป็นภาษาพื้นฐานของเว็บเพจ ทำได้เพียงแสดงข้อมูลแบบคงที่ (Static Display)
ภาษาจาวา (Java Language) คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมที่สนับสนุนการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP : Object-Oriented Programming) โปรแกรมที่เขียนขึ้นถูกสร้างภายในคลาส ดังนั้นคลาสคือที่เก็บเมทอด (Method) หรือพฤติกรรม (Behavior) ซึ่งมีสถานะ (State) และรูปพรรณ (Identity) ประจำพฤติกรรม (Behavior)
แหล่งอ้างอิงสำหรับ Java Script
JavaScripter.net ดีที่สุด จึงนำเข้า thaiabc.com
OOPWeb.com สอนได้ละเอียด + ตัวอย่างเยอะ
ShiningStar.net เช่น Validate (length)
PerlScripten.de เยอะแต่ไม่ใช่ english
ตัวอย่าง dialog.js ทำให้ textarea มี web editor ในตัว
JSMadeEasy.com ยอดเยี่ยม ดูง่าย
ScriptBreaker.com
hotscripts.com
developer.com
javascriptsource.com
javascript.com
internet.com
how2trip.com
javascriptkit.com
news://comp.lang.javascript
ภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript Language) คือ ภาษาโปรแกรมที่มีโครงสร้างคล้ายภาษาซี ทำหน้าที่แปลความหมาย และดำเนินการทีละคำสั่ง ภาษานี้มีชื่อเดิมว่า LiveScript ถูกพัฒนาโดย Netscape Navigator เพื่อช่วยให้เว็บเพจสามารถแสดงเนื้อหา ที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามเงื่อนไข หรือสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน หรือโต้ตอบกับผู้ใช้ได้มากขึ้น เพราะภาษา HTML ที่เป็นภาษาพื้นฐานของเว็บเพจ ทำได้เพียงแสดงข้อมูลแบบคงที่ (Static Display)
ภาษาจาวา (Java Language) คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมที่สนับสนุนการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP : Object-Oriented Programming) โปรแกรมที่เขียนขึ้นถูกสร้างภายในคลาส ดังนั้นคลาสคือที่เก็บเมทอด (Method) หรือพฤติกรรม (Behavior) ซึ่งมีสถานะ (State) และรูปพรรณ (Identity) ประจำพฤติกรรม (Behavior)
แหล่งอ้างอิงสำหรับ Java Script
JavaScripter.net ดีที่สุด จึงนำเข้า thaiabc.com
OOPWeb.com สอนได้ละเอียด + ตัวอย่างเยอะ
ShiningStar.net เช่น Validate (length)
PerlScripten.de เยอะแต่ไม่ใช่ english
ตัวอย่าง dialog.js ทำให้ textarea มี web editor ในตัว
JSMadeEasy.com ยอดเยี่ยม ดูง่าย
ScriptBreaker.com
hotscripts.com
developer.com
javascriptsource.com
javascript.com
internet.com
how2trip.com
javascriptkit.com
news://comp.lang.javascript
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552
lab 6 ข้อ9
จะต้องใช้ฟังก์ชันที่ผ่านค่าตัวแปรเมื่อ => ต้องการกำหนดจำนวนที่แน่นอนของตัวแปรและเป็นการเติมสัญลักษณ์ที่เราต้องการกำหนด
จะต้องใช้ฟังก์ชันที่ไม่ผ่านตัวแปรเมื่อ => ไม่ต้องการกำหนดจำนวนที่แน่นอนของตัวแปรและเป็นการกำหนดค่าออกมาเลยเพื่อให้ แสดงผลออกมาตามที่ต้องการโดยไม่กำหนดค่าที่แตกต่างกันเป็นการทำให้เหมือนกันไปเลย
จะต้องใช้ฟังก์ชันที่ไม่ผ่านตัวแปรเมื่อ => ไม่ต้องการกำหนดจำนวนที่แน่นอนของตัวแปรและเป็นการกำหนดค่าออกมาเลยเพื่อให้ แสดงผลออกมาตามที่ต้องการโดยไม่กำหนดค่าที่แตกต่างกันเป็นการทำให้เหมือนกันไปเลย
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552
การสอดแทรกคำสั่งภาษา PHP ในเอกสาร HTML
เพื่อเป็นการบ่งบอกให้รู้ว่า ส่วนใดเป็นคำสั่ง PHP ที่อยู่ภายในเอกสาร HTML จึงได้มีการกำหนดสัญลักษณ์ไว้ดังนี้ ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น

ที่นิยมก็คือแบบแรก โดยเริ่มต้นด้วย และตรงกลางจะเป็นคำสั่งในภาษา PHP เราสามารถวางคำสั่ง PHP ไว้ภายในเอกสาร HTML ตามที่ต้องการได้ อาจจะสลับกับ Tag ของภาษา HTML ก็ได้

คำสั่งแรกที่ง่ายที่สุดสำหรับการเรียนรู้ ก็คือคำสั่ง echo แล้วตามด้วยข้อความหรือสตริงค์ (string) ข้อความในภาษา PHP จะเริ่มต้นและจบด้วย double quote (") เหมือนในภาษาซี

โปรดสังเกตว่า คำสั่งแต่ละคำสั่งในภาษา PHP จะจบท้ายคำสั่งด้วย semicolon (;) เหมือนในภาษาซี ซี่ง คำสั่งหรือฟังก์ชันในภาษา PHP นั้นจะเขียนด้วยตัวพิมพ์เล็กหรือใหญ่ ก็ได้ (case-insensitive)
http://www.thai-programmer.com/?DPage=90500107

ที่นิยมก็คือแบบแรก โดยเริ่มต้นด้วย และตรงกลางจะเป็นคำสั่งในภาษา PHP เราสามารถวางคำสั่ง PHP ไว้ภายในเอกสาร HTML ตามที่ต้องการได้ อาจจะสลับกับ Tag ของภาษา HTML ก็ได้

คำสั่งแรกที่ง่ายที่สุดสำหรับการเรียนรู้ ก็คือคำสั่ง echo แล้วตามด้วยข้อความหรือสตริงค์ (string) ข้อความในภาษา PHP จะเริ่มต้นและจบด้วย double quote (") เหมือนในภาษาซี

โปรดสังเกตว่า คำสั่งแต่ละคำสั่งในภาษา PHP จะจบท้ายคำสั่งด้วย semicolon (;) เหมือนในภาษาซี ซี่ง คำสั่งหรือฟังก์ชันในภาษา PHP นั้นจะเขียนด้วยตัวพิมพ์เล็กหรือใหญ่ ก็ได้ (case-insensitive)
http://www.thai-programmer.com/?DPage=90500107
ภาษา PHP
PHP เป็นภาษาจำพวก scripting language คำสั่งต่างๆจะเก็บอยู่ในไฟล์ที่เรียกว่าสคริปต์ (script) และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปลชุดคำสั่ง ตัวอย่างของภาษาสคริปก็เช่น JavaScript, Perl เป็นต้น ลักษณะของ PHP ที่แตกต่างจากภาษาสคริปต์แบบอื่นๆ คือ PHP ได้รับการพัฒนาและออกแบบมา เพื่อใช้งานในการสร้างเอกสารแบบ HTML โดยสามารถ สอดแทรกหรือแก้ไขเนื้อหาได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงกล่าวว่า PHP เป็นภาษาที่เรียกว่า server-side หรือ HTML-embedded scripting language เป็นเครื่องมือที่สำคัญชนิดหนึ่ง ที่ช่วยให้เราสามารถสร้างเอกสารแบบ Dynamic HTML ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีลูกเล่นมากขึ้น
PHP เป็นผลงานที่เติบโตมาจากกลุ่มของนักพัฒนาในเชิงเปิดเผยรหัสต้นฉบับ หรือ OpenSource ดังนั้น PHP จึงมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับ Apache Webserver ระบบปฏิบัติอย่างเช่น Linux หรือ FreeBSD เป็นต้น ในปัจจุบัน PHP สามารถใช้ร่วมกับ Web Server หลายๆตัวบนระบบปฏิบัติการอย่างเช่น Windows 95/98/NT เป็นต้น
PHP เป็นผลงานที่เติบโตมาจากกลุ่มของนักพัฒนาในเชิงเปิดเผยรหัสต้นฉบับ หรือ OpenSource ดังนั้น PHP จึงมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับ Apache Webserver ระบบปฏิบัติอย่างเช่น Linux หรือ FreeBSD เป็นต้น ในปัจจุบัน PHP สามารถใช้ร่วมกับ Web Server หลายๆตัวบนระบบปฏิบัติการอย่างเช่น Windows 95/98/NT เป็นต้น
Lab 4 การบ้านข้อ 6
จากที่เคยเรียนวิชาโปรแกรมต่างๆ คิดว่าตัวดำเนินการทั้งสองลักษณะมักจะใช่ ในสถานการณ์เปรียบเทียบกันเพื่อหาคำตอบหรือการเปรียบเทียบของตัวเลขทั้งสองจากคำตอบที่ได้ เช่น 10>=8 เป็นต้น
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
HTML
HTML ย่อมาจากคำว่า HyperText Markup Language เป็นภาษาที่ใช้ในการแสดงผลของเอกสารบน website หรือที่เราเรียกกันว่าเว็บเพจ เป็นภาษาที่พัฒนาโดย World Wide Web Consortium (W3C)
HTML เป็นภาษาที่สำคัญมากกับเทคโนโลยีบนเว็บไซต์ ไม่ว่าคุณจะเขียนโปรแกรมบนเว็บไซต์ด้วยภาษาใด ๆ ๆ เช่น PHP, ASP, Perl หรืออื่น ๆ คุณก็ต้องมีความจำเป็นในการแสดงผลข้อมูลออกมายัง Web Browser ด้วยภาษา HTML เป็นหลักใหญ่ หรือให้เรามองว่า HTML คือ Output ในการแสดงผลสู่จอภาพของ Web Browse
รูปแบบการเขียนของภาษา HTML
HTML มีรูปแบบการเขียนในลักษณะ TAG ซึ่ง TAG นี้จะมีทั้ง TAG เปิด และ Tag ปิด โดยที่ TAG จะมีลักษณะ ดังนี้
…………………
คือ TAG เปิด
คือ TAG ปิด
แต่กระนั้นในภาษา HTML ก็ยังมีรูปแบบของ TAG อีกประเภทหนึ่ง คือ TAG เดี่ยว ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมี TAG ปิดเข้าร่วมด้วย
โครงสร้างของ HTML
HTML มีรูปแบบโครงสร้างที่ประกอบอยู่ 2 ส่วน คือ
1. ส่วนของ HEAD สำหรับข้อมูลในส่วนหัวของ HTML เช่น ข้อความบน Title bar เป็นต้น
2. ส่วนของ BODY สำหรับการแสดงผลยังหน้าเอกสาร หรือหน้า Web Browser
โดยทั้ง 2 ส่วนประกอบข้างต้น จะถูกกำกับภายใต้ TAG …..
» HEAD Section
ส่วนของ HEAD ของเอกสาร HTML เป็นส่วนที่เราจะสามารถใส่คำอธิบายเว็บเพจ เช่น Title หรือชื่อเรื่องของเอกสาร, Keyword สำหรับการค้นหา ซึ่งเราจะเขียน TAG ในกลุ่มของ HEAD ไว้ภายใน TAG …… เช่น
.................................................................
.................................................................
-
HTML เป็นภาษาที่สำคัญมากกับเทคโนโลยีบนเว็บไซต์ ไม่ว่าคุณจะเขียนโปรแกรมบนเว็บไซต์ด้วยภาษาใด ๆ ๆ เช่น PHP, ASP, Perl หรืออื่น ๆ คุณก็ต้องมีความจำเป็นในการแสดงผลข้อมูลออกมายัง Web Browser ด้วยภาษา HTML เป็นหลักใหญ่ หรือให้เรามองว่า HTML คือ Output ในการแสดงผลสู่จอภาพของ Web Browse
รูปแบบการเขียนของภาษา HTML
HTML มีรูปแบบการเขียนในลักษณะ TAG ซึ่ง TAG นี้จะมีทั้ง TAG เปิด และ Tag ปิด โดยที่ TAG จะมีลักษณะ ดังนี้
แต่กระนั้นในภาษา HTML ก็ยังมีรูปแบบของ TAG อีกประเภทหนึ่ง คือ TAG เดี่ยว ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมี TAG ปิดเข้าร่วมด้วย
โครงสร้างของ HTML
HTML มีรูปแบบโครงสร้างที่ประกอบอยู่ 2 ส่วน คือ
1. ส่วนของ HEAD สำหรับข้อมูลในส่วนหัวของ HTML เช่น ข้อความบน Title bar เป็นต้น
2. ส่วนของ BODY สำหรับการแสดงผลยังหน้าเอกสาร หรือหน้า Web Browser
โดยทั้ง 2 ส่วนประกอบข้างต้น จะถูกกำกับภายใต้ TAG …..
» HEAD Section
ส่วนของ HEAD ของเอกสาร HTML เป็นส่วนที่เราจะสามารถใส่คำอธิบายเว็บเพจ เช่น Title หรือชื่อเรื่องของเอกสาร, Keyword สำหรับการค้นหา ซึ่งเราจะเขียน TAG ในกลุ่มของ HEAD ไว้ภายใน TAG …… เช่น
.................................................................
.................................................................
-
วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
GML+ API
กล่าวถึง GML อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักกันอย่างแพร่หลายหนัก แต่จริงๆแล้ว GML ถูกใช้และพัฒนามาหลายปีแล้ว โดย GML ใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล GIS โดยไม่ขึ้นกับฟอร์แมทเฉพาะของซอฟท์แวร์ GIS เช่น tab,shp,dgn โดยลดการศูนย์เสียเนื่องจากการแปลงข้อมูลไปยังรูปแบบต่างๆได้ ส่วนการแสดงผล GML ก็สามารถแสดงผลข้อมูลได้ด้วยเทคโนโลยีการแสดงผลของ XML เช่น SVG
GML เป็นหนึ่งในมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูล GIS ของ ISO และ OGC โดยมีความสามารถครอบคลุมการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น Topology, Time, 3D และ Metadata ซึ่งเชื่อมต่อกับโปรโตคอลในการบริการข้อมูลฟีเจอร์ เช่น Web Feature Service (WFS) แต่การใช้งานปัจจุบันส่วนมากเรามักใช้งานเพียงแค่ในด้านการแสดงผลข้อมูล GIS ประเภท Featrue ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งในความเป็นจริงก็มีข้อจำกัดในเรื่องขนาดของเอกสารข้อมูล GML ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ต้องใช้เวลาในการประมวลผลนาน OGC ก็มีการอภิปรายในเรื่องของประสิทธิภาพและข้อจำกัดในเรื่องนี้ จนเมื่อปีที่แล้วก็มีการเพิ่ม KML เข้าไปเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของโปรโตคอลประเภท Data encoding เพิ่มใช้ในการแสดงผลและเผยแพร่ข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต โดย KML เองมีการออกแบบคลาสและฟีเจอร์ในการจัดการเรื่องการแสดงผลไว้อยู่ โดย GML สามารถแปลงให้อยู่ในรูปแบบ KML ได้ผ่าน xslt ซึ่งทำให้สามารถลดรายละเอียดข้อข้อมูลบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ในการแสดงผล หรือสามารถทำการ normalization ข้อมูลได้อีกด้วย
จริงๆแล้ว GML เป็นที่นิยมมากและเป็นฟอร์แมทสามัญในหลายประเทศครับ โดยดูได้จากซอฟท์แวร์ GIS รุ่นใหม่ต่างรองรับการแสดงผลข้อมูล GML3 เพื่อตอกย้ำความชัดเจนของการเป็นมาตรฐานสากลของ GML ผมมีหนังสือ GML มาแนะนำ เล่มนี้เป็นงานเขียนของ Ron Lake และ David Burggraf ที่สรุปรายละเอียดและฟีเจอร์ของ GML ได้อย่างชัดเจนและครอบคลุมหลายเรื่องเช่น features, coordinate reference systems และอื่นๆ
http://emap.wordpress.com/2009/01/24/gml-book/
Application Program Interface หรือ API หรือ เอพีไอ คือ วิธีการเฉพาะสำหรับการเรียกใช้ระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ หรือชุดโค้ด คอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานระหว่างแอพพลิเคชั่นกับระบบปฏิบัติการ
การที่แอพพลิเคชั่นจะเชื่อมต่อการทำงานกับระบบปฏิบัติการได้นั้น จำเป็นต้องมีเอพีไอเป็นตัวเชื่อม ซึ่งหากไม่มีการเปิดเผยเอพีไอของระบบปฏิบัติการ ออกมาแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่โปรแกรมเมอร์จะพัฒนาแอพพลิเคชั่นของเขาให้ทำงานเข้ากับระบบปฏิบัติการได้เต็ม 100%
อย่างไรก็ตาม แม้เอพีไอจะเป็นอินเตอร์เฟสชนิดหนึ่ง แต่จะทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานของโปรแกรม ซึ่งต่างไปจากยูสเซอร์อินเตอร์เฟส (User Interface) ทั้งแบบกราฟิก (Graphical User Interface; GUI) และแบบเดิมที่เป็นบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่เป็นอินเตอร์เฟสเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้
GML เป็นหนึ่งในมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูล GIS ของ ISO และ OGC โดยมีความสามารถครอบคลุมการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น Topology, Time, 3D และ Metadata ซึ่งเชื่อมต่อกับโปรโตคอลในการบริการข้อมูลฟีเจอร์ เช่น Web Feature Service (WFS) แต่การใช้งานปัจจุบันส่วนมากเรามักใช้งานเพียงแค่ในด้านการแสดงผลข้อมูล GIS ประเภท Featrue ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งในความเป็นจริงก็มีข้อจำกัดในเรื่องขนาดของเอกสารข้อมูล GML ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ต้องใช้เวลาในการประมวลผลนาน OGC ก็มีการอภิปรายในเรื่องของประสิทธิภาพและข้อจำกัดในเรื่องนี้ จนเมื่อปีที่แล้วก็มีการเพิ่ม KML เข้าไปเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของโปรโตคอลประเภท Data encoding เพิ่มใช้ในการแสดงผลและเผยแพร่ข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต โดย KML เองมีการออกแบบคลาสและฟีเจอร์ในการจัดการเรื่องการแสดงผลไว้อยู่ โดย GML สามารถแปลงให้อยู่ในรูปแบบ KML ได้ผ่าน xslt ซึ่งทำให้สามารถลดรายละเอียดข้อข้อมูลบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ในการแสดงผล หรือสามารถทำการ normalization ข้อมูลได้อีกด้วย
จริงๆแล้ว GML เป็นที่นิยมมากและเป็นฟอร์แมทสามัญในหลายประเทศครับ โดยดูได้จากซอฟท์แวร์ GIS รุ่นใหม่ต่างรองรับการแสดงผลข้อมูล GML3 เพื่อตอกย้ำความชัดเจนของการเป็นมาตรฐานสากลของ GML ผมมีหนังสือ GML มาแนะนำ เล่มนี้เป็นงานเขียนของ Ron Lake และ David Burggraf ที่สรุปรายละเอียดและฟีเจอร์ของ GML ได้อย่างชัดเจนและครอบคลุมหลายเรื่องเช่น features, coordinate reference systems และอื่นๆ
http://emap.wordpress.com/2009/01/24/gml-book/
Application Program Interface หรือ API หรือ เอพีไอ คือ วิธีการเฉพาะสำหรับการเรียกใช้ระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ หรือชุดโค้ด คอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานระหว่างแอพพลิเคชั่นกับระบบปฏิบัติการ
การที่แอพพลิเคชั่นจะเชื่อมต่อการทำงานกับระบบปฏิบัติการได้นั้น จำเป็นต้องมีเอพีไอเป็นตัวเชื่อม ซึ่งหากไม่มีการเปิดเผยเอพีไอของระบบปฏิบัติการ ออกมาแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่โปรแกรมเมอร์จะพัฒนาแอพพลิเคชั่นของเขาให้ทำงานเข้ากับระบบปฏิบัติการได้เต็ม 100%
อย่างไรก็ตาม แม้เอพีไอจะเป็นอินเตอร์เฟสชนิดหนึ่ง แต่จะทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานของโปรแกรม ซึ่งต่างไปจากยูสเซอร์อินเตอร์เฟส (User Interface) ทั้งแบบกราฟิก (Graphical User Interface; GUI) และแบบเดิมที่เป็นบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่เป็นอินเตอร์เฟสเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ผ่านเครือข่าย

จากรูปเป็นการแสดงแผนที่บนอินเตอร์เน็ตที่มีรูปแบบน่าสนใจ คือ มีรูปภาพของสถานที่ไห้ผู้ใช้ได้เห็นก่อนไปสถานที่จริง เป็นการนำแผนที่มาประยุกต์ใช้ ให้ทันสมัยเข้ากับปัจจุบันที่ไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่ไหนก็สามารถดูเส้นทางได้ไม่ยากและสามารถศึกษาข้อมูลข้องแผนที่และเส้นทางได้ล่วงหน้า ดังนั้นระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ผ่านเครือข่ายจึงเป็นที่น่าสนใจและมีการเพิ่งเติมข้อมูลใหม่ๆได้เรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด จึงทำให้การทำแผนที่ในปัจจุบันเป็นการทำแผนที่บนอินเตอร์เน็ตที่มีความหลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น มีลูกเล่นหลากหลายให้เราได้ติดตาม และสถานที่ใหม่ๆที่เกิดขึ้นมากมาย ให้ศีกษา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



















